Tag Archives: พาว

ผักแสนอร่อยอย่างพลูคาวก้าวสู่งานวิจัยระดับโลก

พาว พลูคาวงานวิจัย

ผักแสนอร่อยอย่างพลูคาวก้าวสู่งานวิจัยระดับโลก เชื่อว่าหลายคนพอได้ยินคำว่า “พลูคาว”ต่างก็งงและสงสัยกันว่าเจ้าพลูคาวนั้นทานแล้วคาวสมชื่อหรือไม่ ที่สำคัญทำไมใครๆ ต่างก็พูดถึงความล้ำเลิศของพลูคาวสรรพคุณนั้นดีต่อร่างกายและอาการเจ็บป่วยต่างๆ เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการนำพลูคาวมาใช้ในทางแพทย์แผนไทย การผลิตอาหารเสริมจากพลูคาวสกัด หรือแม้แต่ยาแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันบางชนิดก็ยังมีพลูคาวเป็นส่วนประกอบอยู่อีกด้วย พลูคาวนั้นมีชื่อตามหลักทางวิทยาศาสตร์ว่า Houttuynia cordata โดยทั่วไปมักจะนำใบพลูคาวมาเด็ดกินแกล้มกับเมนูอาหารที่มีรสจัด ส่วนชื่อเรียกของพลูคาวนั้นก็มีหลากหลายชื่อมากเช่นกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภูมิภาคหรือท้องถิ่นนั้นๆ อาทิเช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอนจะเรียกพลูคาวว่าผักก้านตอง ส่วนคนจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือมักจะนิยมเรียกว่าผักคาวตอง คนจากภาคกลางจะเรียกพลูคาวว่าพลูแก นอกจากความหลากหลายของชื่อแล้ว ประโยชน์ที่ทางแพทย์แผนไทยแนะนำให้ใช้พลูคาวนั้นค่อนข้างน่าสนใจทีเดียว เนื่องจากพลูคาวสรรพคุณนั้นมีมากมาย สามารถบรรเทาและรักษาอาการโรคทั่วไปได้อย่างดีเยี่ยม เจาะลึกพลูคาวสรรพคุณในแนวทางแพทย์แผนไทย ถือเป็นโชคดีของคนไทย เพราะพลูคาวนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นพืชประจำถิ่นของทางภาคเหนือของไทย สามารถขึ้นเองได้ไม่ต้องดูแลมาก โดยพลูคาวสรรพคุณนั้นถูกกล่าวขานกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งไม่ใช่แค่ชาวไทยเท่านั้นที่ใช้ประโยชน์จากพลูคาว แม้แต่ประเทศจีนเองก็มีประวัติการใช้พลูคาวปรุงเป็นยาจีนแผนโบราณมาอย่างยาวนาน รวมถึงได้มีการพยายามพัฒนาและวิจัยพลูคาวมาใช้รักษาโรคระบาดอย่างซาร์มาก่อนแล้วด้วย สำหรับการแพทย์แผนไทยนั้นมีการใช้พลูคาวมาตั้งแต่สมัยโบราณอย่างต่อเนื่อง โดยนิยมนำมารักษาอาการต่างๆ ขั้นพื้นฐาน รักษาการอักเสบทั่วไป ใช้พลูคาวดูแลอาการต่อมทอนซิลอักเสบ หลอดลมอักเสบ สามารถใช้บรรเทาแก้ไอ และรักษาอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะได้ ถอนพิษ ใช้พลูคาวมาช่วยในการลดไข้ถอนพิษ และดับพิษร้อนต่างๆ รักษาโรคผิวหนัง ช่วยดูแลโรคผิวหนังกลากเกลื้อน บรรเทาอาการคันจากแมลงสัตว์กัดต่อย ทาแก้ฝีอักเสบ ช่วยให้น้ำเหลืองแห้งเร็วขึ้น ประโยชน์ของพลูคาวสรรพคุณในการแพทย์แผนปัจจุบัน ปัจจุบันนั้นมีการวิจัยและศึกษาพลูคาวกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบและประโยชน์ทางเคมี รวมไปถึงการใช้รักษาโรคต่างๆ ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยพบว่าพลูคาวนั้นมีสารออกฤทธิ์ที่มีประโยชน์หลายชนิดด้วยกัน […]

อาการไอ ตอนกลางคืน ในเด็ก

พาว เด็กไอตอนกลางคืน

แค่ผู้ใหญ่อย่างเราไอยังทรมานเลย พอเห็นลูกไอกลางคืนก็ยิ่งกังวลใจไปอีกเท่าตัว ถ้าหากบ้านไหนคุณพ่อคุณแม่กำลังเจอกับปัญหาที่ลูกรักนั้นชอบไอช่วงกลางดึก หรือตื่นมาไอจนนอนต่อไม่ได้ อยากให้เข้าใจไว้เลยว่าปัญหานี้เกิดขึ้นกับหลายครอบครัวที่มีเด็กเล็ก โดยอาการไอช่วงดึกๆ แบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากเชื้อไวรัสต่างๆ ซึ่งหากดูแลและรักษาให้ถูกทางแล้วก็สามารถแก้ปัญหาไอตอนกลางคืนอย่างได้ผลแน่นอน สาเหตุของการที่ลูกไอกลางคืน อาการไอที่เกิดจากน้ำมูก ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ และอาการแพ้ ซึ่งสามารถทำให้ร่างกายของคนเราไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่เกิดเมือกสะสมหรือไหลลงคอ ซึ่งก็คือ น้ำมูกนั่นเอง และเมื่อน้ำมูกส่วนเกินไหลลงคอไปแล้วก็จะทำให้เกิดอาการไอกลางคืนและเจ็บคอได้ โดยวิธีดูแลและวิธีแก้ไอตอนกลางคืนสำหรับการไอที่เกิดจากน้ำมูก แนะนำให้ลองปรับท่านอนของลูก โดยใช้หมอนหนุนให้นอนในท่าที่สูงขึ้น ก็อาจช่วยลดอาการไอจากน้ำมูกได้ ส่วนเด็กๆ บ้านไหนที่มีอาการไอมากขึ้นในเวลากลางคืนแบบเป็นฤดูกาลของทุกปี แนะนำให้พบแพทย์จะดีที่สุด อาการไอเรื้อรังแบบ Barky cough หรืออาการไอที่ทำให้เกิดเสียงก้อง การที่ลูกไอกลางคืนแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นได้ค่อนข้างบ่อย โดยมักจะเกิดขึ้นในเด็กอายุระหว่าง 6 เดือนถึง 3 ปี โดยจะมีอาการไอที่มีลักษณะคล้ายการเห่า ซึ่งมักจะแย่ลงในตอนกลางคืน นอกจากนี้มักจะมีอาการอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดัง มีเสียงแหบ โดยอาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อหลอดลมและเส้นเสียงบวมและอักเสบ วิธีแก้ไอตอนกลางคืนที่เกิดจากการไอแบบเรื้อรังสามารถดูแลเบื้องต้นได้ ซึ่งโดยปกติจะแนะนำให้ลองเปิดเครื่องเพิ่มความชื้นเพื่อลดอากาศแห้ง แต่หากไม่ได้ผลวิธีแก้ไอตอนกลางคืนที่ดีที่สุดคือ ไปพบแพทย์ อาการไอพร้อมเสียงหายใจที่ดังหวีด อาการที่ลูกไอกลางคืนในลักษณะนี้ถือว่าพบได้บ่อย ซึ่งสาเหตุจะมาจากการหายใจไม่ออกในตอนกลางคืน โดยอาการแบบนี้อาจจะกำลังบ่งบอกถึงโรคหอบหืดในวัยเด็ก ซึ่งจากผลสำรวจในสหรัฐอเมริกาพบว่าอาการไอหวีดนั้นส่งผลกระทบต่อเด็กประมาณ 6 ล้านคนในสหรัฐอเมริกาเลยทีเดียว ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังไม่แน่ใจว่าเป็นอาการไอหวีดหรือไม่ ลองสังเกตอาการเหล่านี้ดู เช่น […]

อาการแพ้เหงื่อ และการดูแล

พาว ภูมิแพ้ แพ้เหงื่อ

ออกกำลังกายแบบเพลินๆ เหงื่อออกกำลังดี แต่ดันเกิดอาการคันคะเยอแพ้เหงื่อมีผื่นแดงขึ้น ผิวหนังแดงร้อนผ่าว อยากจะเกาเสียให้หายคัน จนบางครั้งต้องเลิกวิ่ง เลิกออกกำลังกายไปเสียแบบนั้น เพราะอยากรีบเข้าบ้านไปอาบน้ำ หรือตากแอร์ ตากพัดลมให้ร่างกายเย็นๆ จะได้เหงื่อแห้งและเลิกคัน หากคุณกำลังเป็นอีกคนที่เผชิญกับปัญหาคล้ายๆ แบบนี้อยู่ เคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่าเกิดจากอะไร และมีหนทางแก้ไขที่ยั่งยืนบ้างหรือไม่? อาการแพ้เหงื่อตัวเองเป็นเรื่องจริงหรือคิดไปเอง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านผิวหนัง Arielle Nagler จาก NYU Langone Health ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจไว้ว่า การแพ้เหงื่อตัวเองแล้วคันนั้นอาจจะสื่อความหมายออกมาได้ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะการแพ้เหงื่อนั้นแท้จริงแล้วเหงื่อไม่ได้เป็นสาเหตุของอาการคัน แต่เป็นไปได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดปฏิกิริยากับเหงื่อของเราเสียมากกว่า สิ่งแปลกปลอมกับเหงื่อทำปฏิกิริยาต่อกัน สิ่งที่ทำให้เกิดอาการแพ้คือ สิ่งแปลกปลอมหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เราใช้นั้นเป็นตัวกระตุ้น ดังนั้นเวลาที่เราใช้โลชั่น ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย น้ำหอม หรือแม้แต่น้ำยาซักผ้า ซึ่งพอมาผสมกับเหงื่อก็จะเกิดปฏิกิริยาต่อกัน ทำให้กระตุ้นให้เกิดอาการคันจนเราคิดเองว่ากำลังแพ้เหงื่อตัวเอง การใส่เสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อเป็นเวลานาน หากเราออกกำลังกายและสวมใส่ชุดออกกำลังกายเป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมงจนเสื้อผ้าเปียกเหงื่อไปหมด อาการที่เราคิดว่าแพ้เหงื่อก็เริ่มมาเยือน เพราะผิวหนังของเราอาจจะได้รับยีสต์มากเกินไป ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการคันได้เช่นกัน สาเหตุจากโรคผิวหนัง จากผลงานวิจัยในฐานข้อมูลของ Pub Med ยังพบอีกด้วยว่า ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังเช่น ภูมิแพ้ผิวหนังนั้นมักจะมีอาการคันเมื่ออยู่ในอากาศร้อนหรือกำลังเผชิญความเครียดทางจิตใจ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไปกระตุ้นให้เหงื่อออก จนเราคิดว่าเราเกิดอาการแพ้เหงื่อนั่นเอง รู้ไหมว่าเหงื่อนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย เลิกกังวลเรื่องการแพ้เหงื่อตัวเองไปได้ เพราะถือเป็นเรื่องปกติมากที่ร่างกายของเรามีการขับเหงื่อ การที่เหงื่อออกนั้นเป็นการดูแลสภาวะสมดุลในร่างกาย ต่อมเหงื่อยังช่วยให้ผิวหนังของเราขับสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเรา นอกจากนี้การขับเหงื่อยังทำให้ร่างกายของเราเย็นลง […]

วิธีง่ายๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

พาว ภูมิคุ้มกัน

วิธีง่ายๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เรากำลังอยู่ในยุคที่โรคระบาดนั้นสามารถส่งผ่านและติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย การสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกเพื่อรักษาและดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดี เพราะคงไม่มีใครอยากจะป่วย ดังนั้นการดูแลตัวเองก่อนที่จะสายเกินแก้จึงจำเป็นอย่างมาก ที่สำคัญการดูแลตัวเองและการเสริมภูมิคุ้มกันนั้นทำได้ง่ายมาก ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ต้องไปเสียเงินแพงสำหรับสุขภาพดีแต่อย่างไร แต่คุณอาจจะต้องเริ่มจากการปรับทัศนคติและการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพก่อนเลยเป็นอย่างแรก ดูแลเรื่องอาหารการกิน เรื่องอาหารถือเป็นเรื่องพื้นฐานมาก เพราะคนเราทุกคนต้องการพลังงานเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ดังนั้นการเลือกซื้ออาหารแต่ละครั้ง เราควรคำนึงถึงประโยชน์จากสารอาหารที่จะได้รับ แต่ถ้าหากคุณอยากเสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มไปด้วย ก็อาจจะต้องเพิ่มเคล็ดลับเล็กน้อยในการเลือกรับประทานอาหาร ทานกระเทียม รู้ไหมว่าในกระเทียมนั้นจะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารประกอบที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ดังนั้นการปรุงอาหารด้วยกระเทียมหรือการทานกระเทียมสดจึงดีต่อร่างกายมากๆ แต่ถ้าหากไม่ชอบทานกระเทียมก็อาจจะลองมองหากระเทียมแคปซูลแบบอัดเม็ดแทนก็ใช้ได้เช่นกัน พรีไบโอติก ปกติแล้วแบคทีเรียในลำไส้จะช่วยปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ ดังนั้นเราสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติก เพื่อช่วยในการรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ โดยพรีไบโอติกพบมากใน กล้วย อาติโช้ค หน่อไม้ฝรั่ง อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินซีนั้นช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี โดยจาการวิจัยในฐานข้อมูล Pub Med พบว่า ผู้สูงอายุที่กินกีวีที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงมากในทุกวัน เป็นเวลาหนึ่งเดือน จะสามารถลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถหาวิตามินซีทานได้จากพืชผักผลไม้ เช่น บรอกโคลี กีวี ส้ม มะนาว แคนตาลูป สารต้านอนุมูลอิสระ รู้หรือไม่ว่าความเครียดสามารถทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และอาจจะทำให้ร่างกายของเราเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากคุณอยากเสริมภูมิคุ้มกันก็ลองเลือกทานผักและผลไม้หลากสี เช่น แครอท ผักโขม และผลไม้จำพวกเบอร์รี่ต่างๆ ซึ่งจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องร่างกายจากการออกซิเดชั่น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันผ่านการปรับไลฟ์สไตล์ชีวิต เป็นเรื่องปกติที่เราต้องเผชิญกับความเครียดในแต่ละวัน แต่รู้ไหมว่าความเครียดไม่ว่าจะเล็กน้อยซักเพียงไหน […]

เมื่อไอจนมีเสมหะสีเขียวร่างกายกำลังป่วยด้วยโรคอะไร

พาว ไอ มีเสมหะ

เบื่อกับอาการไอแบบน็อนสต็อปกันบ้างไหม แถมท้ายๆ ก็เริ่มไอจนมีเสมหะสีเขียว ซึ่งสีของเสมหะแบบนี้หลายคนคงสงสัยว่าอันตรายหรือไม่ หรือร่างกายของเรากำลังบ่งบอกอะไร บางคนเลือกที่จะเมินเฉยปล่อยให้หายเอง แต่ผ่านไปหลายวันอาการไอมีเสมหะสีเขียวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายซักที หากเป็นแบบนี้เห็นทีจะป่วยเป็นโรคอะไรหนักหนาหรือไม่ ถ้าอยากรู้ลองตามมาดูกันเลย ทำไมเสมหะธรรมดาในร่างกายจึงกลายเป็นเสมหะสีเขียว ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเวลาที่คนเราไอนั้น เกิดจากร่างกายกำลังขับเมือกที่เกิดขึ้นในทรวงอก ซึ่งสีของเสมหะนั้นจะเห็นเด่นชัดก็ต่อเมื่อร่างกายเริ่มป่วยหรืออ่อนแอจากการเป็นหวัดหรือปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ โดยสีของเสมหะนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สีเขียว ความแตกต่างในสีของเสมหะนั้นมักจะขึ้นอยู่กับต้นตอของโรคเป็นหลัก ดังนั้นเราสามารถสังเกตสีของเสมหะและแจ้งให้แพทย์ทราบ จะช่วยให้แพทย์ทำให้การประเมินโรคและอาการได้แม่นยำมากขึ้น เช่น หลอดลมอักเสบ อาจจะมีเสมหะสีเขียวหรือเหลือง น้ำตาล รวมไปถึงขาว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เสมหะส่วนใหญ่จะมีสีขาว โรคปอดเรื้อรัง เสมหะมักจะเป็นสีเขียวหรือเหลืองน้ำตาล โรคกรดไหลย้อน ส่วนใหญ่จะไอมีเสมหะสีขาว ปอดอักเสบ ส่วนใหญ่เสมหะมักจะมีสีเขียวหรือเหลืองน้ำตาล วัณโรค มักจะมีเสมหะสีแดงหรือชมพู จะเห็นได้ว่าโรคต่างๆ ก่อให้เกิดสีของเสมหะที่ต่างกัน เสมหะสีเขียวนั้นสามารถบ่งบอกถึงอาการได้หลายอย่าง ที่สำคัญเสมหะสีเขียวนั้นเป็นเสมหะที่พบได้มากในผู้ป่วย นอกจากนี้บางคนอาจจะมีเสมหะสีเหลือง ซึ่งพบได้บ่อยอีกเช่นกัน แต่หลายคนพอเริ่มป่วยเริ่มไอจนมีเสมหะปนมาด้วยก็มักจะเริ่มกังวล ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นอะไร ควรจะพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา โดยภาพรวมแล้วการไอแบบมีเสมหะแบบทั่วไปนั้นมักจะเป็นอาการป่วยเบื้องต้นที่สามารถรักษาให้หายได้ สาเหตุแห่งโรคที่พบได้บ่อยสำหรับคนที่มีอาการไอมีเสมหะสีเขียว โรคหลอดลมอักเสบ โดยปกติจะเริ่มจากไอแห้ง ๆ มีเสมหะใสหรือขาว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสีของเสมหะก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเขียว สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอาการเจ็บป่วยของเรากำลังเปลี่ยนจากเชื้อไวรัสเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอาการไอแบบนี้สามารถคงอยู่ยาวนานได้ถึง 90 วัน เลยทีเดียว โรคปอดบวม โดยทั่วไปเป็นภาวะแทรกซ้อนของปัญหาระบบทางเดินหายใจอื่น […]

เทคนิคการดูแลผิวที่มีผดผื่นคันจากการแพ้อากาศ

พาว ผิวหนัง ผื่นคัน

อาการไม่สบายผิวกายจากผดผื่นคันที่มักขึ้นตามเนื้อตามตัวหลังจากที่เหงื่อออก หรือเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนนั้นทั้งน่าเบื่อและน่ารำคาญ แถมเป็นตั้งนานอาการผื่นคันแบบนี้ก็ไม่เคยจางหายไปซักที อย่างดีก็แค่ทุเลาลงแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ ยิ่งเจอช่วงเวลาร้อนและมีความอับชื้นเข้ามาแทรก หลายคนก็มีอาการคันใกล้บริเวณร่มผ้าหรือจุดสงวน ซึ่งจะเกาก็เกาไม่ได้ สร้างความกลุ้มใจให้กับคนที่มีปัญหาอย่างมากที่สุด ปัญหาผื่นคันจากการแพ้อากาศ ก่อนที่จะค้นหาวิธีแก้ปัญหา เราควรเข้าใจถึงต้นเหตุและปัจจัยหลักเสียก่อนว่าผิวหนังของเราเกิดการแพ้เหงื่อ แพ้อากาศ หรือได้รับการกระตุ้นจากสิ่งอื่นๆ หรือไม่ ผื่นร้อนหรือผด ด้วยอากาศร้อนของประเทศไทย รวมถึงอุณหภูมิที่ราวกับอยู่ในเตาอบ ทำให้หลายคนต้องเผชิญปัญหาอาการผื่นคันตามผิวหนังซึ่งมักมาจากการแพ้อากาศร้อน โดยปัญหาผื่นคันแบบนี้มักเกิดจากการอุดตันและการอักเสบของท่อเหงื่อที่ต้องเผชิญกับความร้อนและความชื้นสูง ซึ่งส่วนใหญ่ผื่นที่ผิวหนังประเภทนี้มักจะไม่เป็นอันตราย แต่อาจจะทำให้เรารำคาญ เพราะมักจะมีอาการคันมาก จนกลายเป็นจุดสีแดงเล็ก ๆ ในบริเวณผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในบริเวณที่มีเหงื่อสะสมเช่น ใต้ราวนม หน้าอก คอ ขาหนีบ ข้อพับ หลัง ร่วมไปถึงส่วนที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าอีกด้วย ผื่นคันจากผิวที่เผชิญกับแสงแดด ผิวหนังของบางคนนั้นอาจจะมีปฏิกิรยาต่อการได้รับแสงแดดโดยตรงได้ โดยอาจจะเกิดผื่นคันสีแดงแดงที่บริเวณคอ หน้าอก แขน และต้นขา แต่อาการแบบนี้โดยปกติจะมักจะหายได้เองภายในสองสามวัน แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้อีกหลายครั้งจนทำให้คุณรำคาญได้เช่นกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นควรไปพบแพทย์ เพราะอาจจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะบางประเภทในการรักษาให้เหมาะกับอาการของโรค โรคภูมิแพ้ผิวหนัง สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างบ่อยครั้งตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะร้อน ฝน หรือหนาว ผนวกกับมลภาวะต่างๆ ที่เราต้องเผชิญอยู่ในทุกวัน อาจจะเป็นต้นกำเนิดให้เกิดอาการผื่นคันและการแพ้อากาศ ซึ่งมักจะแสดงผลอาการแพ้ทางผิวหนัง หรือที่เรียกว่าภูมิแพ้ผิวหนัง โดยมีปัจจัยกระตุ้นอยู่หลากหลายอย่าง เช่น […]

พลูคาว จากสมุนไพรพื้นบ้านสู่พลูคาวสกัดที่มีสรรพคุณระดับโลก

พาว พลูคาว ใบพลูคาว

หากถามถึงพลูคาวสกัดนั้น หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยซักเท่าไหร่ แต่ใครที่ชอบทานอาหารแซ่บๆ หรือมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ ก็อาจจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพลูคาวแบบเป็นใบและต้นกันมาบ้าง เพราะการรับประทานใบพลูคาวแกล้มกับอาหารรสเผ็ดอย่าง ลาบ ลู่ แจ่ว นั้นแสนจะอร่อยอย่าบอกใคร ที่สำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้านอีกด้วย ส่วนคนภาคอื่นๆ ที่หาใบพลูคาวมาทานไม่ได้ก็ไม่ต้องน้อยใจกันไป เพราะในปัจจุบันมีการผลิตพลูคาวสกัดที่มีสรรพคุณทัดเทียมกับการรับประทานใบพลูคาวสดๆ เลยทีเดียว ประโยชน์ของพลูคาวสกัดพร้อมสรรพคุณในการดูแลร่างกาย พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่มากในแถบเอเชีย เช่น ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ทำให้บรรพบุรุษในถิ่นฐานเอเชียมีการใช้สมุนไพรพลูคาวมาอย่างยาวนาน เนื่องจากค้นพบประโยชน์อันมากมายมหาศาลของพลูคาว พร้อมด้วยสรรพคุณในการเยียวยารักษาโรค เช่น ในประเทศอินเดียได้นำพลูคาวมาใช้รักษาอาการไข้และบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ในประเทศจีนก็ใช้ประโยชน์จากพลูคาวในการถอนพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดไข้บรรเทาปวด การถอนพิษจากการติดยาเสพย์ติด รวมไปถึงการรักษาโรคฝีในปอด ส่วนประเทศไทยของเราก็ถ่ายทอดวิธีการใช้ประโยชน์ของพลูคาว รวมถึงส่งต่อสรรพคุณดีๆ มาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน อาทิเช่น การใช้พลูคาวในการลดไข้ รักษาการอักเสบ แผล ฝีเป็นหนอง และการติดเชื้อต่างๆ ตำรับการใช้พลูคาวให้เป็นยาสมุนไพรเหล่านี้ถูกส่งต่อ และถูกนำมาพัฒนาผ่านการวิจัยและการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ให้สามารถนำพลูคาวไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้อย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกลก็ทำให้เราสามารถผลิตพลูคาวสกัดที่เพิ่มความสะดวกในการรักษาได้มากขึ้นอีกด้วย โดยจากงานวิจัยและผลการศึกษาของ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบประโยชน์ที่น่าสนใจอย่างมากมายดังนี้ การใช้พลูคาวสกัดจากส่วนของราก ถือว่ามีประสิทธิภาพในการดักจับอนุมูลอิสระได้สูงมาก โดยจากการศึกษาและค้นคว้าพบว่าพลูคาวสกัดมีปริมาณสารประกอบฟินอลลิก (phenolic compounds) ในปริมาณที่มากด้วยเช่นกัน ซึ่งสารตัวนี้มีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา […]

footer_button_check
footer_button_buy
footer_button_consult