เบื่อกับอาการไอแบบน็อนสต็อปกันบ้างไหม แถมท้ายๆ ก็เริ่มไอจนมีเสมหะสีเขียว ซึ่งสีของเสมหะแบบนี้หลายคนคงสงสัยว่าอันตรายหรือไม่ หรือร่างกายของเรากำลังบ่งบอกอะไร บางคนเลือกที่จะเมินเฉยปล่อยให้หายเอง แต่ผ่านไปหลายวันอาการไอมีเสมหะสีเขียวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายซักที หากเป็นแบบนี้เห็นทีจะป่วยเป็นโรคอะไรหนักหนาหรือไม่ ถ้าอยากรู้ลองตามมาดูกันเลย ทำไมเสมหะธรรมดาในร่างกายจึงกลายเป็นเสมหะสีเขียว ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเวลาที่คนเราไอนั้น เกิดจากร่างกายกำลังขับเมือกที่เกิดขึ้นในทรวงอก ซึ่งสีของเสมหะนั้นจะเห็นเด่นชัดก็ต่อเมื่อร่างกายเริ่มป่วยหรืออ่อนแอจากการเป็นหวัดหรือปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ โดยสีของเสมหะนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สีเขียว ความแตกต่างในสีของเสมหะนั้นมักจะขึ้นอยู่กับต้นตอของโรคเป็นหลัก ดังนั้นเราสามารถสังเกตสีของเสมหะและแจ้งให้แพทย์ทราบ จะช่วยให้แพทย์ทำให้การประเมินโรคและอาการได้แม่นยำมากขึ้น เช่น หลอดลมอักเสบ อาจจะมีเสมหะสีเขียวหรือเหลือง น้ำตาล รวมไปถึงขาว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เสมหะส่วนใหญ่จะมีสีขาว โรคปอดเรื้อรัง เสมหะมักจะเป็นสีเขียวหรือเหลืองน้ำตาล โรคกรดไหลย้อน ส่วนใหญ่จะไอมีเสมหะสีขาว ปอดอักเสบ ส่วนใหญ่เสมหะมักจะมีสีเขียวหรือเหลืองน้ำตาล วัณโรค มักจะมีเสมหะสีแดงหรือชมพู จะเห็นได้ว่าโรคต่างๆ ก่อให้เกิดสีของเสมหะที่ต่างกัน เสมหะสีเขียวนั้นสามารถบ่งบอกถึงอาการได้หลายอย่าง ที่สำคัญเสมหะสีเขียวนั้นเป็นเสมหะที่พบได้มากในผู้ป่วย นอกจากนี้บางคนอาจจะมีเสมหะสีเหลือง ซึ่งพบได้บ่อยอีกเช่นกัน แต่หลายคนพอเริ่มป่วยเริ่มไอจนมีเสมหะปนมาด้วยก็มักจะเริ่มกังวล ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นอะไร ควรจะพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา โดยภาพรวมแล้วการไอแบบมีเสมหะแบบทั่วไปนั้นมักจะเป็นอาการป่วยเบื้องต้นที่สามารถรักษาให้หายได้ สาเหตุแห่งโรคที่พบได้บ่อยสำหรับคนที่มีอาการไอมีเสมหะสีเขียว โรคหลอดลมอักเสบ โดยปกติจะเริ่มจากไอแห้ง ๆ มีเสมหะใสหรือขาว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสีของเสมหะก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเขียว สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอาการเจ็บป่วยของเรากำลังเปลี่ยนจากเชื้อไวรัสเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอาการไอแบบนี้สามารถคงอยู่ยาวนานได้ถึง 90 วัน เลยทีเดียว โรคปอดบวม โดยทั่วไปเป็นภาวะแทรกซ้อนของปัญหาระบบทางเดินหายใจอื่น […]

