Author Archives: admin

วิธีง่ายๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

พาว ภูมิคุ้มกัน

วิธีง่ายๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เรากำลังอยู่ในยุคที่โรคระบาดนั้นสามารถส่งผ่านและติดต่อกันได้อย่างง่ายดาย การสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกเพื่อรักษาและดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมีสุขภาพดี เพราะคงไม่มีใครอยากจะป่วย ดังนั้นการดูแลตัวเองก่อนที่จะสายเกินแก้จึงจำเป็นอย่างมาก ที่สำคัญการดูแลตัวเองและการเสริมภูมิคุ้มกันนั้นทำได้ง่ายมาก ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ต้องไปเสียเงินแพงสำหรับสุขภาพดีแต่อย่างไร แต่คุณอาจจะต้องเริ่มจากการปรับทัศนคติและการดำรงชีวิตขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพก่อนเลยเป็นอย่างแรก ดูแลเรื่องอาหารการกิน เรื่องอาหารถือเป็นเรื่องพื้นฐานมาก เพราะคนเราทุกคนต้องการพลังงานเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต ดังนั้นการเลือกซื้ออาหารแต่ละครั้ง เราควรคำนึงถึงประโยชน์จากสารอาหารที่จะได้รับ แต่ถ้าหากคุณอยากเสริมภูมิคุ้มกันเพิ่มไปด้วย ก็อาจจะต้องเพิ่มเคล็ดลับเล็กน้อยในการเลือกรับประทานอาหาร ทานกระเทียม รู้ไหมว่าในกระเทียมนั้นจะมีสารอัลลิซิน ซึ่งเป็นสารประกอบที่สำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ดังนั้นการปรุงอาหารด้วยกระเทียมหรือการทานกระเทียมสดจึงดีต่อร่างกายมากๆ แต่ถ้าหากไม่ชอบทานกระเทียมก็อาจจะลองมองหากระเทียมแคปซูลแบบอัดเม็ดแทนก็ใช้ได้เช่นกัน พรีไบโอติก ปกติแล้วแบคทีเรียในลำไส้จะช่วยปกป้องร่างกายจากการติดเชื้อ ดังนั้นเราสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีพรีไบโอติก เพื่อช่วยในการรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ โดยพรีไบโอติกพบมากใน กล้วย อาติโช้ค หน่อไม้ฝรั่ง อาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี วิตามินซีนั้นช่วยสร้างภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี โดยจาการวิจัยในฐานข้อมูล Pub Med พบว่า ผู้สูงอายุที่กินกีวีที่อุดมไปด้วยวิตามินซีที่สูงมากในทุกวัน เป็นเวลาหนึ่งเดือน จะสามารถลดความรุนแรงและระยะเวลาของอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราสามารถหาวิตามินซีทานได้จากพืชผักผลไม้ เช่น บรอกโคลี กีวี ส้ม มะนาว แคนตาลูป สารต้านอนุมูลอิสระ รู้หรือไม่ว่าความเครียดสามารถทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง และอาจจะทำให้ร่างกายของเราเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น ดังนั้นหากคุณอยากเสริมภูมิคุ้มกันก็ลองเลือกทานผักและผลไม้หลากสี เช่น แครอท ผักโขม และผลไม้จำพวกเบอร์รี่ต่างๆ ซึ่งจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องร่างกายจากการออกซิเดชั่น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายแข็งแรงขึ้น สร้างภูมิคุ้มกันผ่านการปรับไลฟ์สไตล์ชีวิต เป็นเรื่องปกติที่เราต้องเผชิญกับความเครียดในแต่ละวัน แต่รู้ไหมว่าความเครียดไม่ว่าจะเล็กน้อยซักเพียงไหน […]

เมื่อไอจนมีเสมหะสีเขียวร่างกายกำลังป่วยด้วยโรคอะไร

พาว ไอ มีเสมหะ

เบื่อกับอาการไอแบบน็อนสต็อปกันบ้างไหม แถมท้ายๆ ก็เริ่มไอจนมีเสมหะสีเขียว ซึ่งสีของเสมหะแบบนี้หลายคนคงสงสัยว่าอันตรายหรือไม่ หรือร่างกายของเรากำลังบ่งบอกอะไร บางคนเลือกที่จะเมินเฉยปล่อยให้หายเอง แต่ผ่านไปหลายวันอาการไอมีเสมหะสีเขียวก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหายซักที หากเป็นแบบนี้เห็นทีจะป่วยเป็นโรคอะไรหนักหนาหรือไม่ ถ้าอยากรู้ลองตามมาดูกันเลย ทำไมเสมหะธรรมดาในร่างกายจึงกลายเป็นเสมหะสีเขียว ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเวลาที่คนเราไอนั้น เกิดจากร่างกายกำลังขับเมือกที่เกิดขึ้นในทรวงอก ซึ่งสีของเสมหะนั้นจะเห็นเด่นชัดก็ต่อเมื่อร่างกายเริ่มป่วยหรืออ่อนแอจากการเป็นหวัดหรือปัญหาทางสุขภาพอื่น ๆ โดยสีของเสมหะนั้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่สีเขียว ความแตกต่างในสีของเสมหะนั้นมักจะขึ้นอยู่กับต้นตอของโรคเป็นหลัก ดังนั้นเราสามารถสังเกตสีของเสมหะและแจ้งให้แพทย์ทราบ จะช่วยให้แพทย์ทำให้การประเมินโรคและอาการได้แม่นยำมากขึ้น เช่น หลอดลมอักเสบ อาจจะมีเสมหะสีเขียวหรือเหลือง น้ำตาล รวมไปถึงขาว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) เสมหะส่วนใหญ่จะมีสีขาว โรคปอดเรื้อรัง เสมหะมักจะเป็นสีเขียวหรือเหลืองน้ำตาล โรคกรดไหลย้อน ส่วนใหญ่จะไอมีเสมหะสีขาว ปอดอักเสบ ส่วนใหญ่เสมหะมักจะมีสีเขียวหรือเหลืองน้ำตาล วัณโรค มักจะมีเสมหะสีแดงหรือชมพู จะเห็นได้ว่าโรคต่างๆ ก่อให้เกิดสีของเสมหะที่ต่างกัน เสมหะสีเขียวนั้นสามารถบ่งบอกถึงอาการได้หลายอย่าง ที่สำคัญเสมหะสีเขียวนั้นเป็นเสมหะที่พบได้มากในผู้ป่วย นอกจากนี้บางคนอาจจะมีเสมหะสีเหลือง ซึ่งพบได้บ่อยอีกเช่นกัน แต่หลายคนพอเริ่มป่วยเริ่มไอจนมีเสมหะปนมาด้วยก็มักจะเริ่มกังวล ดังนั้นถ้าไม่มั่นใจว่าเป็นอะไร ควรจะพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษา โดยภาพรวมแล้วการไอแบบมีเสมหะแบบทั่วไปนั้นมักจะเป็นอาการป่วยเบื้องต้นที่สามารถรักษาให้หายได้ สาเหตุแห่งโรคที่พบได้บ่อยสำหรับคนที่มีอาการไอมีเสมหะสีเขียว โรคหลอดลมอักเสบ โดยปกติจะเริ่มจากไอแห้ง ๆ มีเสมหะใสหรือขาว แต่เมื่อเวลาผ่านไปสีของเสมหะก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและเขียว สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าอาการเจ็บป่วยของเรากำลังเปลี่ยนจากเชื้อไวรัสเป็นแบคทีเรีย ซึ่งอาการไอแบบนี้สามารถคงอยู่ยาวนานได้ถึง 90 วัน เลยทีเดียว โรคปอดบวม โดยทั่วไปเป็นภาวะแทรกซ้อนของปัญหาระบบทางเดินหายใจอื่น […]

เทคนิคการดูแลผิวที่มีผดผื่นคันจากการแพ้อากาศ

พาว ผิวหนัง ผื่นคัน

อาการไม่สบายผิวกายจากผดผื่นคันที่มักขึ้นตามเนื้อตามตัวหลังจากที่เหงื่อออก หรือเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายโดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนนั้นทั้งน่าเบื่อและน่ารำคาญ แถมเป็นตั้งนานอาการผื่นคันแบบนี้ก็ไม่เคยจางหายไปซักที อย่างดีก็แค่ทุเลาลงแล้วก็กลับมาเป็นใหม่ ยิ่งเจอช่วงเวลาร้อนและมีความอับชื้นเข้ามาแทรก หลายคนก็มีอาการคันใกล้บริเวณร่มผ้าหรือจุดสงวน ซึ่งจะเกาก็เกาไม่ได้ สร้างความกลุ้มใจให้กับคนที่มีปัญหาอย่างมากที่สุด ปัญหาผื่นคันจากการแพ้อากาศ ก่อนที่จะค้นหาวิธีแก้ปัญหา เราควรเข้าใจถึงต้นเหตุและปัจจัยหลักเสียก่อนว่าผิวหนังของเราเกิดการแพ้เหงื่อ แพ้อากาศ หรือได้รับการกระตุ้นจากสิ่งอื่นๆ หรือไม่ ผื่นร้อนหรือผด ด้วยอากาศร้อนของประเทศไทย รวมถึงอุณหภูมิที่ราวกับอยู่ในเตาอบ ทำให้หลายคนต้องเผชิญปัญหาอาการผื่นคันตามผิวหนังซึ่งมักมาจากการแพ้อากาศร้อน โดยปัญหาผื่นคันแบบนี้มักเกิดจากการอุดตันและการอักเสบของท่อเหงื่อที่ต้องเผชิญกับความร้อนและความชื้นสูง ซึ่งส่วนใหญ่ผื่นที่ผิวหนังประเภทนี้มักจะไม่เป็นอันตราย แต่อาจจะทำให้เรารำคาญ เพราะมักจะมีอาการคันมาก จนกลายเป็นจุดสีแดงเล็ก ๆ ในบริเวณผิวหนัง ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในบริเวณที่มีเหงื่อสะสมเช่น ใต้ราวนม หน้าอก คอ ขาหนีบ ข้อพับ หลัง ร่วมไปถึงส่วนที่อยู่ภายใต้ร่มผ้าอีกด้วย ผื่นคันจากผิวที่เผชิญกับแสงแดด ผิวหนังของบางคนนั้นอาจจะมีปฏิกิรยาต่อการได้รับแสงแดดโดยตรงได้ โดยอาจจะเกิดผื่นคันสีแดงแดงที่บริเวณคอ หน้าอก แขน และต้นขา แต่อาการแบบนี้โดยปกติจะมักจะหายได้เองภายในสองสามวัน แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นซ้ำได้อีกหลายครั้งจนทำให้คุณรำคาญได้เช่นกัน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นควรไปพบแพทย์ เพราะอาจจะต้องได้รับยาปฏิชีวนะบางประเภทในการรักษาให้เหมาะกับอาการของโรค โรคภูมิแพ้ผิวหนัง สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปอย่างบ่อยครั้งตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะร้อน ฝน หรือหนาว ผนวกกับมลภาวะต่างๆ ที่เราต้องเผชิญอยู่ในทุกวัน อาจจะเป็นต้นกำเนิดให้เกิดอาการผื่นคันและการแพ้อากาศ ซึ่งมักจะแสดงผลอาการแพ้ทางผิวหนัง หรือที่เรียกว่าภูมิแพ้ผิวหนัง โดยมีปัจจัยกระตุ้นอยู่หลากหลายอย่าง เช่น […]

พลูคาว จากสมุนไพรพื้นบ้านสู่พลูคาวสกัดที่มีสรรพคุณระดับโลก

พาว พลูคาว ใบพลูคาว

หากถามถึงพลูคาวสกัดนั้น หลายคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยซักเท่าไหร่ แต่ใครที่ชอบทานอาหารแซ่บๆ หรือมีภูมิลำเนาอยู่ทางภาคเหนือ ก็อาจจะมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพลูคาวแบบเป็นใบและต้นกันมาบ้าง เพราะการรับประทานใบพลูคาวแกล้มกับอาหารรสเผ็ดอย่าง ลาบ ลู่ แจ่ว นั้นแสนจะอร่อยอย่าบอกใคร ที่สำคัญมีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายๆ ด้านอีกด้วย ส่วนคนภาคอื่นๆ ที่หาใบพลูคาวมาทานไม่ได้ก็ไม่ต้องน้อยใจกันไป เพราะในปัจจุบันมีการผลิตพลูคาวสกัดที่มีสรรพคุณทัดเทียมกับการรับประทานใบพลูคาวสดๆ เลยทีเดียว ประโยชน์ของพลูคาวสกัดพร้อมสรรพคุณในการดูแลร่างกาย พลูคาวเป็นพืชสมุนไพรที่มีอยู่มากในแถบเอเชีย เช่น ไทย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน ทำให้บรรพบุรุษในถิ่นฐานเอเชียมีการใช้สมุนไพรพลูคาวมาอย่างยาวนาน เนื่องจากค้นพบประโยชน์อันมากมายมหาศาลของพลูคาว พร้อมด้วยสรรพคุณในการเยียวยารักษาโรค เช่น ในประเทศอินเดียได้นำพลูคาวมาใช้รักษาอาการไข้และบรรเทาอาการเจ็บป่วยต่างๆ ในประเทศจีนก็ใช้ประโยชน์จากพลูคาวในการถอนพิษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลดไข้บรรเทาปวด การถอนพิษจากการติดยาเสพย์ติด รวมไปถึงการรักษาโรคฝีในปอด ส่วนประเทศไทยของเราก็ถ่ายทอดวิธีการใช้ประโยชน์ของพลูคาว รวมถึงส่งต่อสรรพคุณดีๆ มาสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน อาทิเช่น การใช้พลูคาวในการลดไข้ รักษาการอักเสบ แผล ฝีเป็นหนอง และการติดเชื้อต่างๆ ตำรับการใช้พลูคาวให้เป็นยาสมุนไพรเหล่านี้ถูกส่งต่อ และถูกนำมาพัฒนาผ่านการวิจัยและการศึกษาเชิงวิทยาศาสตร์ให้สามารถนำพลูคาวไปใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้อย่างแท้จริง ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวไกลก็ทำให้เราสามารถผลิตพลูคาวสกัดที่เพิ่มความสะดวกในการรักษาได้มากขึ้นอีกด้วย โดยจากงานวิจัยและผลการศึกษาของ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบประโยชน์ที่น่าสนใจอย่างมากมายดังนี้ การใช้พลูคาวสกัดจากส่วนของราก ถือว่ามีประสิทธิภาพในการดักจับอนุมูลอิสระได้สูงมาก โดยจากการศึกษาและค้นคว้าพบว่าพลูคาวสกัดมีปริมาณสารประกอบฟินอลลิก (phenolic compounds) ในปริมาณที่มากด้วยเช่นกัน ซึ่งสารตัวนี้มีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของคนเรา […]

footer_button_check
footer_button_buy
footer_button_consult